ก็คงต้องยอมรับว่า เรื่องของเซ็กซ์ในยุคปัจจุบันนั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะต้องคอยปกปิดเหมือนสมัยก่อน แต่เป็นเรื่องที่สามารถคุยกันได้อย่างค่อนข้างเปิดเผยทีเดียว นอกจากนั้นเรื่องเซ็กซ์ยังมีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบต่างๆ อีกมากมาย และออรัลเซ็กซ์หรือการทำรักด้วยปากนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งอาจจะถือได้ ว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่พบได้บ่อยมากขึ้นในปัจจุบัน แต่ก็เข้าใจว่าหญิงไทยส่วนมากนั้นไม่ว่ายังไงก็ยังมีความเขินอายในเรื่องที่ ดูเหมือนไม่ธรรมดาเรื่องนี้อยู่ดี
ออรัลเซ็กซ์นั้น ก็หมายความถึงการใช้ปากและลิ้นในการช่วยตอบสนองและปลดปล่อยความต้องการทาง เพศของอีกฝ่ายหนึ่ง ก็ทำและถูกทำกันได้ทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชายแหละ หลายคนมองว่าการใช้ปากในการทำรักนั้นน่ารังเกียจและเป็นเรื่องที่สกปรก แต่จริงๆ แล้วบริเวณอวัยวะส่วนสงวนของเรานั้นไม่ได้สกปรกอะไรมากมายอย่างที่คิดหรอก ค่ะ อย่ากังวลให้มากไปเลย (ดีไม่ดีปากบางคนยังจะสกปรกกว่าด้วยซ้ำ...)
สำหรับการทำออรัลเซ็กซ์ให้กับทางฝ่ายชายนั้นก็ไม่ได้มีเทคนิควิธีการอะไร ที่พิสดารมากนัก แต่จะให้บอกละเอียดมากไปก็คงไม่เหมาะสม เอาเป็นว่าลองนึกภาพตอนเราเป็นเด็ก และได้ไอศกรีมแท่งมาสักแท่งหนึ่งก็แล้วกัน ปฏิบัติการอย่างว่านั้นก็เหมือนวิธีการที่เราจัดการกับไอศกรีมแท่งนั้นนั่น เอง ก็เป็นการใช้ริมฝีปาก กระพุ้งแก้ม และลิ้นในการช่วยปลดปล่อยอารมณ์ของเขา (อย่ากัดก็แล้วกัน!!!) หวังว่าคงจะพอนึกภาพออก ส่วนรายละเอียดเรื่องลีลาท่าทางนั้น ต่างคนต่างก็ชอบกันไปคนละแบบ ต้องคุยกันเอง
สำหรับการเตรียมตัวในการทำออรัลเซ็กซ์นั้น ก็เพียงแต่ดูแลรักษาความสะอาดในช่องปากของคุณให้ดี บ้วนปาก แปรงฟันซะให้เรียบร้อย และก็คงต้องทำความสะอาดส่วนนั้นด้วยเช่นกัน อาบน้ำ ชำระล้างความสกปรกออกเสียให้หมด และอย่าลืมทำความสะอาดกันอีกครั้งหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจกันแล้ว ส่วนในประเด็นของการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต่างๆ นั้น ถ้าไม่มีใครมีโรคอะไรอยู่ในตัว และปากกับอวัยวะส่วนสำคัญนั้นไม่มีบาดแผลอะไร ก็คงไม่ต้องกังวลกับการติดเชื้อเท่าใดนัก แต่ถ้าไม่แน่ใจ การใช้ถุงยางอนามัยก็จะช่วยป้องกันการติดโรคต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
ออรัลเซ็กซ์นั้น ไม่จำเป็นว่าคุณจะต้องใช้ปากทำรักจนอีกฝ่ายหนึ่งไปถึงดวงดาวเสมอไป อาจใช้ในช่วงแรกของการทำรักเพื่อเป็นการอุ่นเครื่องกระตุ้นอารมณ์อีกฝ่าย หนึ่งก่อนจะลงมือปฏืบัติการกันจริงก็ได้ จะดีหรือไม่อย่างไร ก็คงต้องทดลองดูเอง แต่ควรที่จะต้องคุยตกลงกันให้ดีเสียก่อน ให้สมัครใจกันทั้ง 2 ฝ่ายจึงจะดีที่สุด...
ที่มาจาก women.thaiza.com
บทความเกี่ยวกับสุขภาพ รู้ให้ทันก่อนเกิดโรคร้ายกับคุณและคนที่คุณรัก อยากให้ทุกๆคน ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพตังเองให้ดีที่สุด เพื่อความสุขแกตัวเองและผู้คนรอบข้าง
เซ็กส์...ถึงตาย !
Article : กฤตยกร แสงขาว นักจิตวิทยา
เห็นหัวข้อแล้วคงทำให้หลายๆ คนนึกหวาดเสียวไปตามๆ กัน มันจะเป็นไปได้ขนาดนั้นเลยหรือ เซ็กส์อะไรกันทำให้คนตายได้ คุณผู้อ่านคงกำลังนึกถึง “การข่มขืนแล้วฆ่า” หรืออาจนึกไปถึง “เซ็กส์วิปริต หรือกามวิปริต (Paraphilia)” นึกภาพว่าตรงหน้ามีอุปกรณ์หลากชนิดประกอบการมีเพศสัมพันธ์ แล้วอุปกรณ์เหล่านี้เองที่ปลิดชีวิต บางคนอคิดว่าเพราะ “อกหัก” จึงตัดสินใจจบชีวิตลงอย่างน่าเศร้า หรืออาจเป็นเพราะ “พิษรักแรงหึง” ทำให้เผลอระบายความแค้นรุนแรงไปหน่อย แต่วันนี้เซ็กส์ที่เราพูดถึงนั้นเป็นเซ็กส์แบบที่ไม่ได้ทำให้เราตายโดยตรง แต่เป็นเซ็กส์ชนิดที่เมื่อเป็นแล้วคนที่เป็นกลับชอบด้วยซ้ำไป โดยไม่รู้ตัวว่านั่นเป็นอาการป่วย กว่าจะรู้ตัวชีวิตก็แทบไม่เหลืออะไรแล้ว แถมบางครั้งก็โดนคนในสังคมรังเกียจด้วยซ้ำไป น่าสนแล้วใช่ไหมครับ...
เมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ถ้าใครอ่านพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์หลายฉบับ ก็คงจะได้เห็นเซ็กส์ที่พาให้หนุ่มใหญ่นายหนึ่งต้องจบชีวิตลงอย่างไม่น่า เชื่อ แล้วคนที่ทำให้เขาต้องจบชีวิตลงก็ไม่ใช่ใครที่ไหน กลับเป็นภรรยาสุดที่รักของเขานั่นเอง โดยหลังเกิดเหตุแล้วแม้ว่าภรรยาจะอยู่ในอาการโศกเศร้าเพียงใด แต่ก็ไม่ลืมที่จะไปแจ้งความถึงการตายของสามี โดยตัวเธอเองนั่งเฝ้าศพสามีไม่หนีหายไปไหน นั่งร้องไห้รอให้ตำรวจนำตัวไปดำเนินคดี รายละเอียดของข่าวก็มีอยู่ว่า หนุ่มใหญ่อายุ 52 ปีรายนี้อยู่กับภรรยาอายุ 42 ปี โดยฝ่ายสามีนั้นเป็นคนชอบดื่มสุรา และมีอารมณ์ทางเพศสูงมาก ทุกคืนจะต้องขอร่วมเพศ 5-6 ครั้ง และแต่ละครั้งก็ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 30 นาทีจึงจะสำเร็จความใคร่ ในวันเกิดเหตุสามีหนุ่มใหญ่นั้นอยู่ในอาการมึนเมา และขอร่วมเพศกับภรรยาแต่ภรรยาไม่ยอม ฝ่ายสามีไม่พอใจจึงใช้ความรุนแรงเพื่อจะมีเพศสัมพันธ์ ภรรยาเลยสู้และพลั้งมือบีบคอสามีเสียชีวิตในที่สุด นั่นคือรายละเอียดเท่าที่ข่าวได้ให้ไว้ครับ
เป็นไงบ้างครับความตายที่มากับเซ็กส์ นี่เป็นหนึ่งตัวอย่างของความไม่สมดุลทางเพศระหว่างคู่สามีภรรยาที่เกิดขึ้น จากความต้องการทางเพศที่ไม่เท่ากัน จนนำมาซึ่งโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครอยากให้เกิด ดูตามรูปการณ์ของตัวสามีเองแล้ว ทางการแพทย์เรียกภาวะเช่นนี้ว่า “Hypersexual” หรือการที่มีความต้องการทางเพศที่มากมายเกินกว่าที่คนปกติต้องการ เรียกกันง่ายๆ ว่า “หมกมุ่นทางเพศ” ก็ได้เหมือนกัน ผมจะอธิบายตามเกณฑ์การวินิจฉัยที่มีผู้เสนอไว้ดังนี้
Stein และคณะ ได้เสนอเกณฑ์การวินิจฉัย Hypersexual ไว้ดังนี้
มีการคงอยู่ของการกระตุ้นทางเพศ การจินตนาการทางเพศ อย่างซ้ำๆ และรุนแรง หรือมีพฤติกรรมทางเพศที่เจ้าตัวยืนกรานที่จะทำ อยู่ในช่วงตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป และไม่ได้จัดเข้ากับกลุ่มกามวิปริต (Paraphilia) ในเนื้อข่าวไม่ได้บอกว่า ตัวสามีเองมีอารมณ์ทางเพศมากมายมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ก็เป็นการกระทำซ้ำๆ สม่ำเสมอและจำนวนมาก (5-6 ครั้งต่อคืน) แต่ถึงกระนั้นการกระทำแบบนี้ก็ยังไม่ได้จัดเป็นพวกกามวิปริต (เช่น ถ้ำมอง ชอบมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก ฯลฯ)
จินตนาการ การกระตุ้นทางเพศนั้น ก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานอย่างมาก หรือทำให้การเข้าสังคม การทำงาน หรือสิ่งสำคัญในชีวิตอื่นๆ เสียหาย
ข้อนี้ตามเนื้อข่าวไม่ได้บอกว่าฝ่ายสามีทุกข์ทรมานหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ความสัมพันธ์กับภรรยาก็คงไม่ค่อยจะดีซักเท่าไร เพราะความต้องการทางเพศที่ไม่เท่ากัน
อาการที่เกิดขึ้นไม่เข้ากับเกณฑ์ความผิดปกติใน Axis I (เช่น ช่วงภาวะเพ้อคลั่ง (mania) อาการหลงผิด หรือหลงผิดคิดว่าคนอื่นมาชอบ)
ตามเนื้อข่าวก็ไม่ได้กล่าวถึงอาการป่วยทางจิต จำพวกอาการหลงผิด หรืออะไรทั้งนั้น
อาการที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นผลโดยตรงทางร่างกายที้เกิดจากการติดสารเสพติด (เช่น การใช้ยาผิดวิธี หรือการรักษา) หรือได้รับการรักษา เช่น การกินยาที่มีฤทธิ์ทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศมากกว่าปกติ
แต่กรณีนี้อาจเป็นไปได้ว่าอาการ Hypersexual ที่เกิดขึ้นมาจากการดื่มสุราแล้วเกิดอารมณ์ทางเพศอย่างมาก ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นเราจะไม่ถือว่านี่คือ Hypersexual ของจริง แต่ในรายนี้น่าจะเป็นของจริง เพราะต้องมีเพศสัมพันธ์ทุกวัน ซึ่งโดยปกติแล้วอาการ Hypersexual ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเองจะมีความรุนแรงและคงทนยาวนานกว่าการเกิดจากยาหรือ สารเคมีอื่นๆ
สรุปแล้วเมื่อเทียบเนื้อหาจากข่าวกับเกณฑ์การวินิจฉัยที่ให้ไว้ข้างต้น ก็คงพอจะบอกได้ว่าสามีหนุ่มใหญ่รายนี้น่าจะเข้าข่ายเป็น Hypersexual แต่ก็ยังต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมในอีกหลายประเด็นเพื่อการวินิจฉัยที่ถูก ต้องแม่นยำมากขึ้น ที่นี้ลองมาดูกันสิว่าเราจะสังเกตได้อย่างไรว่าเราหรือคนใกล้ชิดเข้าข่ายที่ จะเป็น Hypersexual หรือเปล่า ก็ได้มีการพยายามที่บรรยายถึงลักษณะ หรือการกระทำที่เข้าข่ายไว้พอสังเขปดังนี้
Kafka ได้ให้คำอธิบายเกี่ยวกับ Hypersexual ไว้ 6 ข้อดังนี้
1. Compulsive Masturbation (การช่วยตัวเองซ้ำ ๆ บ่อย ๆ) โดยทั่วไปแล้วการช่วยตัวเองถือเป็นพื้นฐานของการระบายออกถึงความต้องการทาง เพศ ทั้งคนโสดและผู้ที่แต่งงานแล้ว ไม่มีข้อห้ามในการช่วยตัวเอง แต่ผู้ที่ถือว่าเป็น Hypersexual นั้นมีการช่วยเหลือตัวเองมากเป็นพิเศษ จนบางครั้งเรียกได้ว่าหมกมุ่นเกี่ยวกับการช่วยตัวเอง ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าบ่อยๆ จนแทบจะเป็นกิจวัตรที่ขาดไม่ได้
2. Protracted Promiscuity (สำส่อนทางเพศ) อันนี้ตรงไปตรงมานะครับ เป็นพฤติกรรมจำพวกเพศสัมพันธ์ข้ามคืน การซื้อบริการทางเพศ การไปเสาะหาคู่นอนตามที่สาธารณะต่างๆ เช่น สวนสาธารณะ เป็นต้น การมีคู่นอนหลายคนอาจเป็นแบบครั้งเดียวจบ หรือคบกันเพื่อการมีเพศสัมพันธ์เท่านั้น หรืออาจจะใช้บริการเพื่อนเที่ยวก็ได้
3. Pornography Dependence (การพึ่งพาสิ่งลามกต่างๆ) ในการกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ เช่น รูปโป๊ หนังโป๊ตลอดเวลา
4. Telephone Sex Dependence (เซ็กส์โฟน) ใช้โทรศัพท์ในการพูดคุยเรื่องเพศสัมพันธ์ โดยการคุยนี้จะทุ่มเททั้งเวลา และค่าใช้จ่ายในการโทรศัพท์ไปเพื่อการเซ็กส์โฟนอย่างเดียว
5. Cyber Sex กลุ่มนี้จะให้ความสนใจและพยายามมีส่วนร่วมเป็นอย่างมากในการพูดคุยผ่าน อินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับเรื่องเพศ (Chat room) หรือการอ่านคำตอบข้อความในกระทู้ต่างๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องเพศ หรืออาจตั้งกระทู้เอง ตั้งใจใส่ใจตอบ reply ในกระทู้ต่างๆ ทั้งหลายทั้งปวงนี้ก็เพื่อการดึงดูดและกระตุ้นอารมณ์ทางเพศทั้งสิ้น
6. ความไม่สอดคล้องกันของความปรารถนาทางเพศอย่างรุนแรง ในผู้ที่มีปัญหาจาก Hypersexual ข้อหนึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาระหว่างคู่สามีภรรยาคือ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีความต้องการทางเพศมากกว่าอีกฝ่าย และมักจะลงเอยด้วยการเลิกรากันไป ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทบความสัมพันธ์ของชีวิตคู่เป็นอย่างยิ่ง
คนที่เกิด Hypersexual ส่วนใหญ่มักไม่ค่อยรู้ตัวและไม่รู้สึกว่านี่คือปัญหาครับ เกิดอารมณ์ก็แค่หาทางระบายออกเท่านั้นเอง ดังนั้นโอกาสที่จะมารับการวินิจฉัยรักษาก็เลยเป็นเรื่องที่ห่างไกล ที่จริงแล้วคนใกล้ชิดสามารถสังเกตได้ง่ายๆ ว่าเขาหรือเธอเป็น Hypersexual หรือไม่ นอกเหนือจากเกณฑ์การวินิจฉัยข้างต้น แล้วควรจะสังเกตด้วยว่าเขาหรือเธอมีความเปลี่ยนแปลงไปในเรื่องความคิด อารมณ์ พฤติกรรมทางเพศหรือไม่ เปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ก่อนหน้านั้นเกิดเหตุการณ์สำคัญอะไรในชีวิตบ้าง เช่น เกิดอุบัติเหตุซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งทำให้เกิดความผิดปกตินี้ได้ ลองนำไปสังเกตดูนะครับ แล้วอาจจะปรึกษากับจิตแพทย์ นักจิตวิทยา หรือผู้ให้คำปรึกษาปัญหาทางเพศก็ได้ เพื่อปัญหาจะได้ไม่เป็นปัญหาอีกต่อไปครับ
ที่มา : http://www.endcenter.com/
เห็นหัวข้อแล้วคงทำให้หลายๆ คนนึกหวาดเสียวไปตามๆ กัน มันจะเป็นไปได้ขนาดนั้นเลยหรือ เซ็กส์อะไรกันทำให้คนตายได้ คุณผู้อ่านคงกำลังนึกถึง “การข่มขืนแล้วฆ่า” หรืออาจนึกไปถึง “เซ็กส์วิปริต หรือกามวิปริต (Paraphilia)” นึกภาพว่าตรงหน้ามีอุปกรณ์หลากชนิดประกอบการมีเพศสัมพันธ์ แล้วอุปกรณ์เหล่านี้เองที่ปลิดชีวิต บางคนอคิดว่าเพราะ “อกหัก” จึงตัดสินใจจบชีวิตลงอย่างน่าเศร้า หรืออาจเป็นเพราะ “พิษรักแรงหึง” ทำให้เผลอระบายความแค้นรุนแรงไปหน่อย แต่วันนี้เซ็กส์ที่เราพูดถึงนั้นเป็นเซ็กส์แบบที่ไม่ได้ทำให้เราตายโดยตรง แต่เป็นเซ็กส์ชนิดที่เมื่อเป็นแล้วคนที่เป็นกลับชอบด้วยซ้ำไป โดยไม่รู้ตัวว่านั่นเป็นอาการป่วย กว่าจะรู้ตัวชีวิตก็แทบไม่เหลืออะไรแล้ว แถมบางครั้งก็โดนคนในสังคมรังเกียจด้วยซ้ำไป น่าสนแล้วใช่ไหมครับ...
เมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ถ้าใครอ่านพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์หลายฉบับ ก็คงจะได้เห็นเซ็กส์ที่พาให้หนุ่มใหญ่นายหนึ่งต้องจบชีวิตลงอย่างไม่น่า เชื่อ แล้วคนที่ทำให้เขาต้องจบชีวิตลงก็ไม่ใช่ใครที่ไหน กลับเป็นภรรยาสุดที่รักของเขานั่นเอง โดยหลังเกิดเหตุแล้วแม้ว่าภรรยาจะอยู่ในอาการโศกเศร้าเพียงใด แต่ก็ไม่ลืมที่จะไปแจ้งความถึงการตายของสามี โดยตัวเธอเองนั่งเฝ้าศพสามีไม่หนีหายไปไหน นั่งร้องไห้รอให้ตำรวจนำตัวไปดำเนินคดี รายละเอียดของข่าวก็มีอยู่ว่า หนุ่มใหญ่อายุ 52 ปีรายนี้อยู่กับภรรยาอายุ 42 ปี โดยฝ่ายสามีนั้นเป็นคนชอบดื่มสุรา และมีอารมณ์ทางเพศสูงมาก ทุกคืนจะต้องขอร่วมเพศ 5-6 ครั้ง และแต่ละครั้งก็ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 30 นาทีจึงจะสำเร็จความใคร่ ในวันเกิดเหตุสามีหนุ่มใหญ่นั้นอยู่ในอาการมึนเมา และขอร่วมเพศกับภรรยาแต่ภรรยาไม่ยอม ฝ่ายสามีไม่พอใจจึงใช้ความรุนแรงเพื่อจะมีเพศสัมพันธ์ ภรรยาเลยสู้และพลั้งมือบีบคอสามีเสียชีวิตในที่สุด นั่นคือรายละเอียดเท่าที่ข่าวได้ให้ไว้ครับ
เป็นไงบ้างครับความตายที่มากับเซ็กส์ นี่เป็นหนึ่งตัวอย่างของความไม่สมดุลทางเพศระหว่างคู่สามีภรรยาที่เกิดขึ้น จากความต้องการทางเพศที่ไม่เท่ากัน จนนำมาซึ่งโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครอยากให้เกิด ดูตามรูปการณ์ของตัวสามีเองแล้ว ทางการแพทย์เรียกภาวะเช่นนี้ว่า “Hypersexual” หรือการที่มีความต้องการทางเพศที่มากมายเกินกว่าที่คนปกติต้องการ เรียกกันง่ายๆ ว่า “หมกมุ่นทางเพศ” ก็ได้เหมือนกัน ผมจะอธิบายตามเกณฑ์การวินิจฉัยที่มีผู้เสนอไว้ดังนี้
Stein และคณะ ได้เสนอเกณฑ์การวินิจฉัย Hypersexual ไว้ดังนี้
มีการคงอยู่ของการกระตุ้นทางเพศ การจินตนาการทางเพศ อย่างซ้ำๆ และรุนแรง หรือมีพฤติกรรมทางเพศที่เจ้าตัวยืนกรานที่จะทำ อยู่ในช่วงตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป และไม่ได้จัดเข้ากับกลุ่มกามวิปริต (Paraphilia) ในเนื้อข่าวไม่ได้บอกว่า ตัวสามีเองมีอารมณ์ทางเพศมากมายมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ก็เป็นการกระทำซ้ำๆ สม่ำเสมอและจำนวนมาก (5-6 ครั้งต่อคืน) แต่ถึงกระนั้นการกระทำแบบนี้ก็ยังไม่ได้จัดเป็นพวกกามวิปริต (เช่น ถ้ำมอง ชอบมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก ฯลฯ)
จินตนาการ การกระตุ้นทางเพศนั้น ก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานอย่างมาก หรือทำให้การเข้าสังคม การทำงาน หรือสิ่งสำคัญในชีวิตอื่นๆ เสียหาย
ข้อนี้ตามเนื้อข่าวไม่ได้บอกว่าฝ่ายสามีทุกข์ทรมานหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ความสัมพันธ์กับภรรยาก็คงไม่ค่อยจะดีซักเท่าไร เพราะความต้องการทางเพศที่ไม่เท่ากัน
อาการที่เกิดขึ้นไม่เข้ากับเกณฑ์ความผิดปกติใน Axis I (เช่น ช่วงภาวะเพ้อคลั่ง (mania) อาการหลงผิด หรือหลงผิดคิดว่าคนอื่นมาชอบ)
ตามเนื้อข่าวก็ไม่ได้กล่าวถึงอาการป่วยทางจิต จำพวกอาการหลงผิด หรืออะไรทั้งนั้น
อาการที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นผลโดยตรงทางร่างกายที้เกิดจากการติดสารเสพติด (เช่น การใช้ยาผิดวิธี หรือการรักษา) หรือได้รับการรักษา เช่น การกินยาที่มีฤทธิ์ทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศมากกว่าปกติ
แต่กรณีนี้อาจเป็นไปได้ว่าอาการ Hypersexual ที่เกิดขึ้นมาจากการดื่มสุราแล้วเกิดอารมณ์ทางเพศอย่างมาก ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นเราจะไม่ถือว่านี่คือ Hypersexual ของจริง แต่ในรายนี้น่าจะเป็นของจริง เพราะต้องมีเพศสัมพันธ์ทุกวัน ซึ่งโดยปกติแล้วอาการ Hypersexual ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเองจะมีความรุนแรงและคงทนยาวนานกว่าการเกิดจากยาหรือ สารเคมีอื่นๆ
สรุปแล้วเมื่อเทียบเนื้อหาจากข่าวกับเกณฑ์การวินิจฉัยที่ให้ไว้ข้างต้น ก็คงพอจะบอกได้ว่าสามีหนุ่มใหญ่รายนี้น่าจะเข้าข่ายเป็น Hypersexual แต่ก็ยังต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมในอีกหลายประเด็นเพื่อการวินิจฉัยที่ถูก ต้องแม่นยำมากขึ้น ที่นี้ลองมาดูกันสิว่าเราจะสังเกตได้อย่างไรว่าเราหรือคนใกล้ชิดเข้าข่ายที่ จะเป็น Hypersexual หรือเปล่า ก็ได้มีการพยายามที่บรรยายถึงลักษณะ หรือการกระทำที่เข้าข่ายไว้พอสังเขปดังนี้
Kafka ได้ให้คำอธิบายเกี่ยวกับ Hypersexual ไว้ 6 ข้อดังนี้
1. Compulsive Masturbation (การช่วยตัวเองซ้ำ ๆ บ่อย ๆ) โดยทั่วไปแล้วการช่วยตัวเองถือเป็นพื้นฐานของการระบายออกถึงความต้องการทาง เพศ ทั้งคนโสดและผู้ที่แต่งงานแล้ว ไม่มีข้อห้ามในการช่วยตัวเอง แต่ผู้ที่ถือว่าเป็น Hypersexual นั้นมีการช่วยเหลือตัวเองมากเป็นพิเศษ จนบางครั้งเรียกได้ว่าหมกมุ่นเกี่ยวกับการช่วยตัวเอง ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าบ่อยๆ จนแทบจะเป็นกิจวัตรที่ขาดไม่ได้
2. Protracted Promiscuity (สำส่อนทางเพศ) อันนี้ตรงไปตรงมานะครับ เป็นพฤติกรรมจำพวกเพศสัมพันธ์ข้ามคืน การซื้อบริการทางเพศ การไปเสาะหาคู่นอนตามที่สาธารณะต่างๆ เช่น สวนสาธารณะ เป็นต้น การมีคู่นอนหลายคนอาจเป็นแบบครั้งเดียวจบ หรือคบกันเพื่อการมีเพศสัมพันธ์เท่านั้น หรืออาจจะใช้บริการเพื่อนเที่ยวก็ได้
3. Pornography Dependence (การพึ่งพาสิ่งลามกต่างๆ) ในการกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ เช่น รูปโป๊ หนังโป๊ตลอดเวลา
4. Telephone Sex Dependence (เซ็กส์โฟน) ใช้โทรศัพท์ในการพูดคุยเรื่องเพศสัมพันธ์ โดยการคุยนี้จะทุ่มเททั้งเวลา และค่าใช้จ่ายในการโทรศัพท์ไปเพื่อการเซ็กส์โฟนอย่างเดียว
5. Cyber Sex กลุ่มนี้จะให้ความสนใจและพยายามมีส่วนร่วมเป็นอย่างมากในการพูดคุยผ่าน อินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับเรื่องเพศ (Chat room) หรือการอ่านคำตอบข้อความในกระทู้ต่างๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องเพศ หรืออาจตั้งกระทู้เอง ตั้งใจใส่ใจตอบ reply ในกระทู้ต่างๆ ทั้งหลายทั้งปวงนี้ก็เพื่อการดึงดูดและกระตุ้นอารมณ์ทางเพศทั้งสิ้น
6. ความไม่สอดคล้องกันของความปรารถนาทางเพศอย่างรุนแรง ในผู้ที่มีปัญหาจาก Hypersexual ข้อหนึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาระหว่างคู่สามีภรรยาคือ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีความต้องการทางเพศมากกว่าอีกฝ่าย และมักจะลงเอยด้วยการเลิกรากันไป ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทบความสัมพันธ์ของชีวิตคู่เป็นอย่างยิ่ง
คนที่เกิด Hypersexual ส่วนใหญ่มักไม่ค่อยรู้ตัวและไม่รู้สึกว่านี่คือปัญหาครับ เกิดอารมณ์ก็แค่หาทางระบายออกเท่านั้นเอง ดังนั้นโอกาสที่จะมารับการวินิจฉัยรักษาก็เลยเป็นเรื่องที่ห่างไกล ที่จริงแล้วคนใกล้ชิดสามารถสังเกตได้ง่ายๆ ว่าเขาหรือเธอเป็น Hypersexual หรือไม่ นอกเหนือจากเกณฑ์การวินิจฉัยข้างต้น แล้วควรจะสังเกตด้วยว่าเขาหรือเธอมีความเปลี่ยนแปลงไปในเรื่องความคิด อารมณ์ พฤติกรรมทางเพศหรือไม่ เปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ก่อนหน้านั้นเกิดเหตุการณ์สำคัญอะไรในชีวิตบ้าง เช่น เกิดอุบัติเหตุซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งทำให้เกิดความผิดปกตินี้ได้ ลองนำไปสังเกตดูนะครับ แล้วอาจจะปรึกษากับจิตแพทย์ นักจิตวิทยา หรือผู้ให้คำปรึกษาปัญหาทางเพศก็ได้ เพื่อปัญหาจะได้ไม่เป็นปัญหาอีกต่อไปครับ
ที่มา : http://www.endcenter.com/
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)