7พฤติกรรมกินยอดแย่แก่เร็ว


อาหาร
ความ ลับอยู่ที่วิธีการกิน

คนจีนเชื่อว่า กินทั้งทีต้องกินให้ดี กระเพาะจะได้ไม่ด่าด้วยอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ไม่ย่อยไปจนถึงคลื่นไส้อาเจียนเวียนศีรษะดังนั้น อาหารขึ้นเหลาที่จุมโพ่โชว์ฝีมือนั้นจึงเน้นหมูเห็ดเป็ดไก่เป็นหลัก  พ่วงด้วยของหายากอย่างหูฉลาม,ปลิงทะเล,เป๋าฮื้อ,รังนกและของหายากอีกมาก

            เพื่อให้ถูกใจเจ้าสัววัตถุดิบไหนว่าอายุวัฒนะก็ใส่เข้ามา   อันไหนว่าโป๊วดีก็ต้องมีให้  ส่ง ขึ้นโต๊ะตั้งแต่เจ้าสัวถึงฮ่องเต้ในวังหลวงแต่ไฉนฮ่องเต้จึงมีสั้นอย่าว่า ถึงหมื่นปีเลยเฉลี่ยแล้วมีพระชนมายุกันแค่ 37 ปีครึ่งเท่านั้น  ทั้งที่อาหารการกินก็ถือว่าเลิศสุดในแผ่นดิน  ไข้โป้งก็ยังไม่ดัง  หรือขันที อุ้มก็ไม่ได้เกิดบ่อยนัก

            ดังนั้นความลับน่าจะอยู่ที่อาหารมากกว่าเพราะว่าการกินอาหารดีเหล่า นี้ถือเป็นการ กินดีหรือ กิน ของดีต้องแยกกันให้ดีทีเดียว

ปากศิลป์กิน เรียกโรค

            ในเมื่อเราเลี่ยงกินไม่ได้  แต่เราสามารถ เลือก กินดีได้นี่ครับ  โดย การกินดีสไตล์อายุรวัฒน์ก็ไม่ใช่หมายถึงกินแพงหรือกินอาหารฮ่องเต้แต่อย่าง ใด  จะกินข้าวแกงตามสั่งอย่างผู้เขียนก็ได้ซึ่งไม่ ว่าจะกินอะไรขอให้เลี่ยงสิ่งต่อไปนี้ที่ขอเรียกว่า Hall of shame ของการกิน 7 ประการได้แก่

 1) กินมื้อใหญ่   ฝักใฝ่ในบุฟเฟ่ต์อันนี้อันตราย ครับ  ชอบบุฟเฟ่ต์ได้ไม่เป็นไรแต่ลองกินให้อิ่มพอดี ดูสิครับจะมีความสุขกว่ามาก  ได้รู้รสหมูเป็นหมู,ปลาเป็น ปลาอย่างไม่ผสมปนเปกันจนแยกไม่ออกแล้วเดินจากไปด้วยความผะอืดผะอมคลื่นไส้  นอกจากทรมานแล้วยังเสียสุขภาพมากด้วย

            2) กินจุบจิบ  อันนี้ต่างกับกินน้อย แต่กินบ่อยตรงที่กินไม่เลือกเวลาแล้วของกินนั้นก็ช่วยทำลายสุขภาพอีกส่วน หนึ่งได้แก่ ลูกอม,ขนม,ผลไม้ดอง และอีกมากที่เพื่อนรักมานำเสนอให้ถึงโต๊ะ ทั้งที่กินข้าวเที่ยงยังไม่ทันเรียงเม็ดดีแต่มีขนมมาจ่อรอคิวแล้ว  ทำให้ตับอ่อนต้องฉีดธาตุลดน้ำตาลออกมาอยู่ตลอดซึ่งจะยิ่ง กระตุ้นให้น้ำตาลต่ำและหิวบ่อยขึ้นได้

 3) กินดึก  ข้าวต้มกุ๊ยร้อนๆนอนหลับสบายหรือทำงาน ดึกกินดึก  อย่างนี้จะทำให้ร่างกายโทรมเร็วครับเพราะ แทนที่โกร๊ทฮอร์โมนจะได้หลั่งกลับต้องใช้ทรัพยากรที่ควรซ่อมแซมมาทำงานบีบ ไส้บีบพุงย่อยอาหารอีก  นอนก็นอนไม่หลับแถมไม่นานก็ อ้วนลงพุง

 4) กินหวานจัด  กินของคาวอิ่มแล้วต้องตบท้ายด้วย ของหวานหรือว่าชอบทานแป้งกับน้ำตาลหนักแต่ละมื้อจะชวนให้มื้อต่อไปหิวเร็ว ขึ้น  นี่คืออาการหนึ่งของ โรคติด แป้ง(Carbohydrate addiction)” ซึ่งนอกจากทำให้ อวบเลือกได้แล้วยังทำให้หงุดหงิดง่าย อีกด้วย

 5) กินแล้วนอน  จะกลายไปเป็นงูหลามตามผู้ใหญ่ชอบ ล้อหรือไม่ไม่สำคัญ แต่เรื่องควรห่วงกว่านั้นคือ กรดไหล ย้อน(GERD)” จะถามหาครับแล้วจะทำให้กลายเป็นคนหลับ ไม่ลึก  ตื่นขึ้นมาไม่สดชื่นเท่าที่ควร

            6) กินไปดื่มไปหรือสูบไป  ทำให้ได้ แคลอรีเกินทั้งจากอัลกอฮอล์และทำให้เกิดเหงาปากอยากสูบบุหรี่พ่วงเข้ามาด้วย  รวมความแล้วคือทำให้กินนานอ้วนขึ้นแล้วยังไปกระตุ้นให้ ดื่มหนักบวกสูบจัดขึ้นด้วย

            7) กินนั่งแช่  จะทำให้ปากว่างแล้ว เผลอกินเข้าไปอีก  โดยเฉพาะถ้ามีของกินอยู่ตรงหน้า ด้วย  กินไปแบบนั่งสัมนาไปอย่างนี้จะทำให้น้ำหนักตัว ขึ้นได้มากอย่างนึกไม่ถึง

 นอก จากนั้นแล้วการกินยังช่วยบอก ชาติตระกูลได้ อีกด้วย  อย่างคนจีนก็จะมีวิธีจับตะเกียบแบบผู้ดีที่ เอามาขนานกันด้านข้างไม่ใช่จับมาไขว้กันในมือ  แม้ใน พระไตรปิฏกก็ยังมีบอกการฉันที่เหมาะสมไม่ทำให้เกิด โลกวัชชะสำหรับสงฆ์หาอ่านได้ในเสขิยวัตรอันได้แก่เปิบข้าวไม่เกิน 1 องคุลี,ไม่กินเสียงจับๆ,ไม่ จ้วงจากกลางภาชนะ,ไม่ปั้นข้าวโยนเข้าปากและอีกมาก ที่เรียกว่าเป็น Table manner สมัยพุทธกาลก่อนฝรั่ง เขียนขาย  เราสามารถเอา ancient wisdom(ที่ไม่ ancient เลย)เหล่านี้มาร่วมใช้ ด้วยได้ถือเป็นการกินด้วยปัญญาอย่างหนึ่ง 

ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

อาการบอกตำแหน่งหลอดเลือดสมองผิดปกติ



สมอง อวัยวะชิ้นสำคัญของร่างกาย หากถูกโรคหลอดเลือดในสมองคุกคาม จะแสดงอาการโดยเฉียบพลัน ซึ่งลักษณะอาการที่เกิดขึ้นสามารถระบุตำแหน่งที่หลอดเลือดในสมองอุดตันหรือมีเลือดออกได้


เริ่มจาก ‘สมองใหญ่’ มีขนาดใหญ่และอยู่ด้านบนสุด สามารถแยกย่อยออกเป็น 5 ส่วน ประกอบด้วย สมองใหญ่ส่วนหน้า (Front lobe) มีหน้าที่สั่งให้ร่างกายเคลื่อนไหว หรือที่เข้าใจกันว่า สมองข้างขวาสั่งด้านซ้าย และสมองข้างซ้ายสั่งด้านขวานั่นเอง สมองบริเวณนี้หากเกิดโรคหลอดเลือดจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการอ่อนแรงด้านตรงข้ามกับสมองซีกที่เกิดความผิดปกติ รวมทั้งใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก หากเป็นมากร่างกายอาจไม่สามารถขยับได้เลย เรียกว่า อัมพาตครึ่งซีก แต่ถ้าพอขยับได้ เรียกว่า อัมพฤกษ์ แถมยังส่งผลกระทบต่อส่วนของการสั่งให้พูด หากเกิดขึ้นกับสมองด้านซ้าย โดยผู้ป่วยจะพูดไม่ได้ พูดได้บางคำ ต่อประโยคไม่ได้

สมองใหญ่ส่วนข้าง (Parietal lobe) คอยรับรู้การสัมผัส ความรู้สึกเจ็บ ร้อน เย็น จากร่างกายซีกด้านตรงข้าม หากเกิดโรคหลอดเลือดสมองขึ้น จะเกิดอาการชาด้านตรงข้ามกับสมองที่เกิดปัญหา สมองใหญ่ส่วนขมับ (Temporal lobe) มีหน้าที่ในการจดจำ และแปลเสียงที่ได้ยินเป็นภาษาที่ใช้ ถ้ามีปัญหาจะทำให้ผู้ป่วยไม่เข้าใจเสียงที่ได้ยิน แม้เป็นภาษาที่ใช้มาก่อนก็ตาม

ส่วนสมองใหญ่ส่วนท้ายทอย (Occipital lobe) ทำหน้าที่รับภาพที่ส่งมาจากตา หากโรคดังกล่าวเกิดขึ้นกับบริเวณนี้ จะทำให้มองไม่เห็นครึ่งซีกของลานสายตา และสมองใหญ่ส่วนใน (Insular lobe) คอยควบคุมประสาทอัตโนมัติ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโรคหลอดเลือดสมอง

นอกจากสมองใหญ่แล้ว ยังมี แกนสมอง (Brain stem) มีสายใยประสาทจากสมองลงมาที่ไขสันหลังและจากไขสันหลังขึ้นไปยังสมอง ควบคุมการทำงานของเส้นประสาทสมอง 12 คู่ ประสานการทรงตัวกับสมองเล็ก หากผิดปกติจะมีอาการแขน ขา อ่อนแรง ชา เห็นภาพซ้อน พูดไม่ชัด เดินเซ กินอาหารแล้วสำลัก เวียนศีรษะ ภาพหมุน อาจหมดสติโดยไม่รู้ตัว

สุดท้ายเป็น สมองเล็ก (Cerebellum) อยู่ด้านหลังสุด คอยประสานสมองต่าง ๆ ให้ทำงานสัมพันธ์กัน โดยเฉพาะการเคลื่อนไหว หากสมองส่วนนี้เสีย ผู้ป่วยจะเดินเซ ทรงตัวไม่ได้ พูดไม่ชัด เวียนศีรษะ แต่ไม่มีอาการอ่อนแรง

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์