องุ่น กับการป้องกันโรคสมองเสื่อม

ผลจากการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์แห่งเมืองนิวยอร์ก

ได้ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการค้นคว้าวิจัยเพื่อหายาหรือวิธีการป้องกันและ รักษาโรคสมองเสื่อม หรือโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer) นั้นได้มุ่งความสนใจไปยังองุ่น ซึ่งในองุ่นจะมีสารต้านอนุมูลอิสระ หรือที่เรียกว่า Polyphenols โดยจะส่วนใหญ่เราจะสามารถบริโภคได้ในรูปของไวน์แดงหรือน้ำองุ่น โดยสาร Polyphenols จะมีส่วนช่วยให้คนเราสามารถมีอายุสมองที่ยาวนานขึ้นและแข็งแรง ทำให้สามารถทำงานและจดจำสิ่งต่างๆได้เป็นอย่างดีถึงแม้จะอายุมากแล้วก็ตาม

ซึ่ง ทางนักวิจัยจากสถาบันวิจัยของ Mount Sinai School of Medicine ในนิวยอร์กเปิดเผยว่า

สาร Polyphenolsทั้งในน้ำองุ่นหรือ ไวน์แดงนั้น มีประสิทธิภาพและความสามารถที่จะไปกำจัดสาร beta-amyloid ที่เป็นสารที่ทำตัวเหมือนเป็นคราบหินปูนห่อหุ้มเซลล์สมองของเราทำให้อาหาร ไม่สามารถไปเลี้ยงสมองได้ และยิ่งถ้าใครมีสาร beta-amyloid เกาะเยอะๆก็จะทำให้การทำงานของสมองมีประสิทธิภาพลดลง

โดยทางทีมนัก วิจัยพบว่า

คน ที่ดื่มไวน์แดงหรือน้ำองุ่น 100 % เป็นประจำมีอัตราความเสี่ยงในการเป็นโรคสมองเสื่อมในอัตราที่ต่ำมาก ซึ่งการค้นคว้าวิจัยในเรื่องนี้ได้ถูกนำไปแสดงผลงานที่ซานดิเอโก้ในการ ประชุมวิชาการประจำปีเกี่ยวกับ Society for Neuroscienceซึ่งถือว่าเป็นการดีที่เรารู้หนทางป้องกันไว้ก่อนดีกว่าต้องมา รักษาโรคทีหลัง

ที่มา http://www.newsdaily.com/Science/

"9 เทคนิค ฝึกสมองไบรท์ "

"9 เทคนิค ฝึกสมองไบรท์ "


โดย วนิษา เรซ ผู้เชี่ยวชาญด้านอัจฉริยภาพจาก ม.ฮาร์วาร์ด
ผู้ หญิงสมัยนี้ อยากสวย ฉลาด และสุขภาพดี ทุกคนจึงพากันดูแลรูปร่าง ด้วยการออกกำลังกาย เคร่งครัด เรื่องอาหารการกิน แต่ไม่เคยมีใครสนใจว่าจะดูแลสมองอย่างไรให้มีสุขภาพดี ทั้งที่สมอง เป็นอวัยวะที่ตัดสินใจทุกเรื่องของชีวิต เราจึงควรเอกเซอร์ไซส์สมองให้ไบรท์ด้วยเทคนิคง่าย ๆ ต่อไปนี้


1. จิบน้ำบ่อย ๆ (Drink water very often)

สมอง ประกอบด้วยน้ำ 85 % เชลล์สมองก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เหี่ยว ถ้าไม่อยากให้เชลล์สมองเหี่ยว ซึ่งส่ง ผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก แต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อย ๆ


2. กินไขมันดี (Enjoy good Omega 3)

คน ไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมัน ซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วยปลาที่มีไขมันดีอย่าง ปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดี ที่ทำให้เชลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น


3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาที (Meditation 12 min a day)

หลัง จากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุดๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ ( ถ้าทำไม่ ได้ตอนเช้า ) ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน


4. ใส่ความตั้งใจ (Program the brain: have specific intention)

การ ตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิด ระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้น ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่าง ๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่คิด ขึ้น ทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน


5. หัวเราะและยิ้มบ่อย ๆ (Laugh and Smile)

ทุก ครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอ็นโดรฟินซึ่งเป็นสารแห่งความสุข หลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้น ให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ


6. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน (Learn new thing everyday)

สิ่ง ใหม่ในที่นี้หมายถึง สิ่งต่าง ๆที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับเพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา เป็นต้น เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้สมองหลั่งสารเอ็น โดรฟิน และโดปามีน ซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และ สร้างสรรค์ ไปเรื่อยๆเมื่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์


7. ให้อภัยตัวเองทุกวัน (Forgive yourself, reduce brain stress)

ขณะ ที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเอง เป็นการลดภาระของสมอง


8. เขียนบันทึก Graceful Journal (Write graceful journal, good things inlife every day)

ฝึก เขียนขอบคุณสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่น ขอบคุณที่มีครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพที่ดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข เป็นต้น เพราะการเขียนเรื่องดี ๆ ทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์


9. ฝึกหายใจลึก ๆ (Deep breath)

สมอง ใช้ออกชิเจน 20 25 % ของออกชิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึก ๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกชิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนาน ๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยึดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยาย ใหญ่ สามารถหายใจเอาออกชิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20 %การมีสมองที่ดีก็เหมือนทักษะทุกอย่างในโลกที่เรียนรู้ได้ แต่จะเก่งหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ถ้าเราดูแลและฝึกฝนสมองให้ดี คุณภาพชีวิตก็จะดีตาม